เอาล่ะครับ ใครที่มีแพลนจะไปเช็คอินเซี่ยงไฮ้ แล้วยังลังเลว่าจะยอมจ่ายเงินหลายร้อยหยวนเพื่อ ขึ้นหอไข่มุก ยามค่ำคืน ดีไหม? ถ้าคุณชอบฟีล Night Mode และอยากเห็นความอลังการของแสงสีในเซี่ยงไฮ้แบบเต็มตา ต้องจัดครับ!


การชมวิวหอไข่มุกฉบับ Night Mode
วิวด้านนอก ตัวหอคอยเองจะเปิดไฟเปลี่ยนสีสลับไปมาอย่างสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตจากฝั่งไว่ทาน (The Bund)
วิวจากด้านบน คุณจะเห็นโค้งแม่น้ำหวงผู่ที่มีเรือสำราญประดับไฟระยิบระยับ และเห็นตึก “สามทหารเสือ” (Shanghai Tower, Jin Mao Tower, และ World Financial Center) ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามในระดับสายตา
รีวิวฟีลลิ่ง: เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นสีทอง
ความรู้สึกแรกที่ก้าวเท้าออกจากลิฟต์ความเร็วสูงมาอยู่ที่ชั้น Main Observation Deck ของหอไข่มุกคือ “ว้าว แบบตะโกน! จ่ายหลักพัน วิวหลักล้าน” วิวข้างบนนี้ไม่ใช่แค่ตึกแถวธรรมดา แต่มันคือป่าคอนกรีตที่ประดับด้วยไฟ LED มหาศาล
มองไปทางฝั่ง The Bund คุณจะเห็นตึกสไตล์ยุโรปเรียงรายส่องแสงสีส้มทองตัดกับน้ำในแม่น้ำหวงผู่ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ฟีลเหมือนเรากำลังยืนดูฉากในหนังไซไฟล้ำๆ สักเรื่องเลยครับ เรียกได้ว่าเป็น Night Mode ที่สวยสุดๆเลยก็ว่าได้

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาด: ถ้าใจถึง!
จุดที่พีคที่สุดของหอไข่มุกคือ ทางเดินกระจกใส (Glass Skywalk) ฟีลตอนเดินออกไปครั้งแรกมันจะมีความ “หวิว” อยู่ในท้องเบาๆ เพราะเท้าเราเหยียบอยู่บนกระจกใสที่มองทะลุลงไปเห็นพื้นดินด้านล่างกว่า 200 เมตร!
- มุมถ่ายรูป แนะนำให้นั่งลงบนกระจกแล้วถ่ายให้ติดวิวยอดตึกเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ที่อยู่ข้างหลัง คุณจะได้รูปที่ดูแพงและอลังการมาก
- ความรู้สึก พอมองลงไปเห็นรถคันจิ๋วๆ วิ่งอยู่ข้างล่าง มันทำให้เรารู้สึกว่าเมืองนี้มันยิ่งใหญ่จริงๆ และเราก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแสงสีเหล่านั้น

ขึ้นชั้นไหน? มีอะไรบ้าง?
โดยปกติบัตรเข้าชมจะแบ่งเป็นแพ็กเกจตามความสูงของ “ลูกบอล” (Spheres) บนหอไข่มุกดังนี้ครับ
- ชั้นบนสุด (Space Capsule – 350 เมตร) เป็นลูกบอลขนาดเล็กด้านบนสุด ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยานอวกาศ วิวสูงที่สุดแต่กระจกอาจจะมีโครงเหล็กบังบ้างเล็กน้อย
- ชั้นกลาง (Main Observation Deck – 263 เมตร) นี่คือไฮไลท์ครับ! เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศาที่เห็นเมืองได้ชัดเจนที่สุด
- ชั้นทางเดินกระจก (Transparent Skywalk – 259 เมตร) อยู่ในลูกบอลกลางเช่นกัน ใครที่ชอบความตื่นเต้นต้องมาที่นี่ เพราะพื้นเป็นกระจกใสแจ๋วให้เราเดินไปถ่ายรูปเหมือนลอยอยู่เหนือพื้นดิน 200 กว่าเมตร
- ชั้นล่าง (Shanghai History Museum) อยู่บริเวณฐานของหอคอย เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองเซี่ยงไฮ้ที่ทำออกมาได้ดีมาก มีหุ่นขี้ผึ้งและฉากจำลองเมืองยุคเก่า

ราคาค่าขึ้น (โดยประมาณ)
ราคาจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกขึ้นกี่ชั้น (ข้อมูลอัปเดตปี 2025)
- ตั๋วมาตรฐาน (Type A) ชมได้ทุกชั้น (350m + 263m + 259m + พิพิธภัณฑ์) ราคาประมาณ 220 – 260 หยวน
- ตั๋วมาตรฐาน (Type B) ชมชั้นหลักและทางเดินกระจก (263m + 259m + พิพิธภัณฑ์) ราคาประมาณ 190 – 200 หยวน
- Buffet Restaurant หากจองทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารหมุน (Revolving Restaurant) จะรวมค่าขึ้นชมหอคอยไว้แล้ว ราคาประมาณ 350-500 หยวน
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
- เวลาที่ควรไป แนะนำให้ไปถึงช่วง 17:30 น. เพื่อดูอาทิตย์ตกและรอชมไฟเมืองเริ่มเปิด (ไฟตึกส่วนใหญ่จะเปิดช่วง 18:00 – 19:00 น. และปิดตอน 22:00 น.)
- การเดินทาง นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Lujiazui ทางออก 1 หรือบริการรถแท็กซี่ DiDi Applications
- เตรียมพาสปอร์ต การซื้อบัตรและเข้าชมในจีนส่วนใหญ่ต้องใช้พาสปอร์ตตัวจริงในการยืนยันตัวตน

ช่องทางการจองออนไลน์ (แนะนำ)
- Trip.com (ยอดนิยมและราคามักจะดีที่สุด)
- [ทางไปจองตั๋วหอไข่มุก – Trip.com]
- มีตัวเลือกชัดเจน (2 ลูกบอล/3 ลูกบอล) และมักจะรวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เซี่ยงไฮ้
- Klook (สะดวกและเชื่อถือได้)
- [ทางไปจองตั๋วหอไข่มุก – Klook]
- มักจะมีแพ็กเกจ Combo เช่น ตั๋วขึ้นหอไข่มุก + ล่องเรือแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งคุ้มมากถ้ากะจะทำทั้งสองอย่างในคืนเดียว




